Publication Code: Y96B
โดย รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์และไกรยุทธ ธีรตยาคีนันท์
สารบัญ
เนื้อหาของงานวิจัยเรื่องนี้จำแนกได้เป็น 3 ส่วน ส่วนแรกกล่าวถึงความสำคัญของปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในอนาคต ส่วนที่สองกล่าวถึงข้อบกพร่องสำคัญของระบบการบริหารนโยบายการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน และส่วนที่สามเสนอ แนะแนวทางการปฏิบัติระบบการบริหารนโยบายดังกล่าวนี้
ผู้วิจัยชี้ให้เห็นว่า
การบริหารนโยบายรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจจะเป็นปัญหาสำคัญยิ่งในอนาคต
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะลักษณะ
"ชีพจรลงเท้า"
(foot-looseness)
ของปัจจัยทุนที่มีมากขึ้น
ซึ่งทำให้การเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าและออกระหว่างประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความถี่อันสูงยิ่ง
อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างระบอบประชาธิปไตยที่ทำให้รัฐบาลนักเลือกตั้งมีแนวโน้มที่จะใช้งบประมาณขาดดุลในการสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง
ลักษณะ "ชีพจรลงเท้า"
ของปัจจัยทุนและแนวโน้มของรัฐบาลนักเลือกตั้ง
ในการใช้งบประมาณขาดดุล
จึงมีส่วนในการสั่นคลอนเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจอย่างสำคัญ
อันเป็นเหตุให้รัฐบาลต้องให้ความสำคัญแก่การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว
บทบาทของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน
(Credit Rating Agencies)
ยิ่งทำให้ประเทศที่เลือกเดินแนวทางเสรีนิยมทางการเงินต้องให้ความสำคัญแก่เป้าหมายเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้น
ระบบการบริหารนโยบายรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่เกื้อกูลต่อการธำรงและการแก้ปัญหาเสถียรภาพทาง
เศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้เพราะเหตุว่า
การกำหนดนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบันมีลักษณะกระจัดกระจาย
ไม่มีการประสานนโยบายต่าง ๆ
เท่าที่ควร
ระบบการจัดทำงบประมาณแผ่นดินประจำปีมิได้เป็นแบบ
Consolidated Budget
กฎหมายการคลังมีความยืดหยุ่นที่เกื้อกูลต่อการรั่วไหลทางการคลังได้ง่าย
อำนาจในการใช้เครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ
ๆ ไม่ชัดเจน
และธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤติการณ์แห่งศรัทธาเป็นระลอก
ๆ
ผู้วิจัยเสนอให้ปฏิรูประบบการบริหารนโยบายการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
โดยยึดถือหลักความน่าเชื่อถือ
(Credibility)
หลักความอิสระ
(Independence)
หลักความชัดเจนในการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ
(Responsibility Assignment) หลักความโปร่งใส (Transparency)
และหลักความรับผิด (Accountability)
ผู้วิจัยเสนอให้มีองค์กรหลักในการบริหารนโยบายการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
2 องค์กร ได้แก่
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ซึ่งดูแลการรักษาเสถียรภาพของราคา
(price stability)
และสำนักงานคณะกรรมการเสถียรภาพเศรษฐกิจแห่งชาติ
(สสช.)
ซึ่งรับผิดชอบเป้าหมายดุลบัญชีเดินสะพัด
และทำหน้าที่ประสานการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคทั้งปวง
ผู้วิจัยเสนอให้
จัดทำธรรมนูญทางการคลัง (Fiscal Constitution)
และ ธรรมนูญทางการเงิน (Monetary Constitution)
รวมตลอดจนการสร้างกลไกความรับผิด
(Accountability Mechanism)
และกลไกการตรวจสอบและติดตามผล
(Monitoring Mechanism)
ธันวาคม 2539