Publication Code: Y93J
โดย ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์
สารบัญ
การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาปัจจัยที่ทำให้ผู้นำก้าวเข้าสู่ตำแหน่งและมีบทบาทเป็นผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งต้องการทราบถึงลักษณะความสัมพันธ์ ของผู้นำกับเครือข่าย โดยผู้วิจัยได้เลือกพื้นที่ศึกษาเฉพาะเขตเทศบาลเมืองเก่า ซึ่งเป็นชุมชนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เน้นกรณีศึกษาสมาชิกสภาเทศบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งผู้วิจัยได้ใช้วิธีวิจัยทั้งจากเอกสารและจากการศึกษาชุมชน โดยผู้วิจัยได้เข้าไปศึกษา ชุมชนด้วยตนเอง และได้เข้าไปสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการสัมภาษณ์ผู้นำอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูล ที่สมบูรณ์และถูกต้องที่สุด
จากการศึกษาพบว่า
กลุ่มชนที่มีบทบาทกุมอำนาจทางการเมืองในระยะแรกของการตั้งเมือง
คือ กลุ่มไทยอีสาน
ครั้นหลังปฏิรูปการปกครอง
ในสมัยรัชการที่ 5
ได้เปิดโอกาสให้คนกลุ่มต่างๆ
เข้ามามีบทบาททางการเมืองได้มากขึ้น
ไม่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มหรือตระกูล
โดยอาศัย
"ความรู้"
เข้าสู่ระบบราชการ
นอกจากนี้โอกาสยังเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับบุคคลทั่ว
ๆ ไป
เนื่องจากนโยบายของรัฐที่เน้นการกระจาย
อำนาจสู่ท้องถิ่นในรูปของเทศบาล
มีผลให้ประชาชนเข้ามามีส่วนทางการเมืองได้
ดังนั้น
จึงปรากฏว่าผู้นำท้องถิ่นระยะแรก
ๆ คือ
กลุ่มผู้นำได้ผ่านการศึกษาแบบใหม่ที่มีเชื้อสายไทยอีสาน
อย่างไรก็ตาม
การเมืองท้องถิ่นเริ่มเปลี่ยนแปลงไป
โดยเฉพาะหลังปี พ.ศ.
2518-จนถึงปัจจุบัน
แกนนำของกลุ่มที่กุมอำนาจการปกครองท้องถิ่นกลายเป็นกลุ่มพ่อค้าชาวจีน
อันเป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ของภาคเอกชน
ซึ่งต้องมีความเกี่ยวข้องกับภาครัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประกอบกับนโยบายของรัฐที่เปิดกว้างมากขึ้น
กอปรกับค่านิยม
ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นการต้องการชื่อเสียง
เกียรติยศ
จึงทำให้พ่อค้าชาวจีนเข้ามามีบทบาททางการเมืองโดยตรง
ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปรับตัว
ของพ่อค้าชาวจีนเพื่อสนองตอบต่อระบบเศรษฐกิจที่มีการขยายตัว
เพื่อปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของตน
สำหรับกลุ่มการเมืองที่มีบทบาทกุมอำนาจท้องถิ่นที่ศึกษานี้
แกนนำของกลุ่มและเครือญาติมาจากการเติบโตของธุรกิจก่อสร้างและ
บริการ-บันเทิง
ร่วมกับกลุ่มพ่อค้าชาวจีนในเมืองโดยมีสายสัมพันธ์กับผู้นำคุ้มต่าง
ๆ ที่มีเชื้อสายไทยอีสาน
ได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มการเมืองขึ้น
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กลุ่มการเมืองกลุ่มนี้ประสบผลสำเร็จ
ก็คือ "ทุน"
ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันเป็นที่มาของอำนาจนั้นอยู่ที่แกนนำของกลุ่ม
โดยเฉพาะที่ผู้นำกลุ่มบุคคลต่างๆ
ภายในกลุ่มถือว่ามีความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ทางการเมืองซึ่งกันและกัน
บุคคลในกลุ่มที่จะเข้าสู่อำนาจ
ทางการเมืองได้นั้น
จะต้องอาศัยฐานเครือข่ายความสัมพันธ์ของสมาชิกแต่ละคนช่วยกันหาคะแนนเสียงให้แก่กลุ่ม
ส่วนฐานเครือข่ายความสัมพันธ์ที่สำคัญ
ๆ
ที่มีส่วนช่วยให้กลุ่มการเมืองประสบความสำเร็จ
ได้แก่
ฐานของเครือข่ายความสัมพันธ์ทางด้าน
เครือญาติ ทางด้านการค้า
ทางด้านประเพณีวัฒนธรรม
และฐานของเครือข่ายความสัมพันธ์ทางด้านองค์กรหรือกลุ่มต่าง
ๆ ได้แก่ กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน
กลุ่มสตรี หอการค้า มูลนิธิ
สโมสรไลอ้อนส์-สโมสรโรตารี่ ฯลฯ
จากเครือข่ายต่างๆ
ที่มีอยู่อย่างกว้างขวางลึกซึ้งเหล่านี้
จึงทำให้กลุ่มการเมืองที่ศึกษานี้ประสบผลสำเร็จในสนามเลือกตั้งแทบทุกครั้ง
นอกจากนี้
กลุ่มการเมืองนี้ยังบทบาทผลักดันการเมือง
อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักการเมืองตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับประเทศ
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า
ศักยภาพและบทบาทของกลุ่ม
การเมืองท้องถิ่นนี้มีความสำคัญยิ่ง
และยังมีแนวโน้มของการกระจุกตัวของอำนาจ
ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการครอบครองและแบ่งปัน
ทรัพยากร
อันอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นในอนาคตได้
นอกจากนี้จากการที่กลุ่มพ่อค้าชาวจีนเข้ามามีบทบาท
ทางการเมืองท้องถิ่นนี้
น่าจะทำให้ผู้นำท้องถิ่นกลุ่มนี้สามารถโยงใยสายสัมพันธ์ถึงผู้นำระดับที่สูงกว่าได้
ขณะเดียวกันก็มีโอกาสเข้าถึง
แหล่งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ
อันเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มตนได้มากกว่ากลุ่มอื่น
อีกทั้งเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กลุ่มเข้าไปมีบทบาท
น่าจะมิได้จำกัดเฉพาะเพียงการอุปถัมป์ทางการเมือง
แต่อาจผูกพันไปจนถึงการอุปถัมป์ทางเศรษฐกิจซึ่งกันและกันก็เป็นได้
ธันวาคม 2536