Publication Code: Y93A


บนหนทางสู่อนาคต, Synthesis Report Volume I


โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

รายงานฉบับนี้  เสนอเรื่องราวของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับภาคเกษตรกรรมในประเทศไทย   โดยเน้นเรื่องการใช้ทรัพยากรการปรับตัว ทางเกษตรกรและแนวโน้มในอนาคต  ในช่วงเวลาประมาณสี่ทศวรรษที่ผ่านมา สัดส่วนของการผลิตเชิงพาณิชย์มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมีผลทำให้ ในช่วงแรกมีการขยายพื้นที่ทำการเกษตรเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นป่ามากขั้น  พื้นที่ซึ่งเดิมเคยถือเป็นทรัพยากรรวมของชุมชนที่ทำการผลิตเพื่อการยังชีพ จึงร่อยหรอลงมาก  ในขณะเดียวกันก็ได้เกิดการขยายตัวของรัฐเข้าไปในชนบท  โดยที่ในช่วงแรกเน้นที่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในหลาย ๆ แห่งมีผลทำให้เกิดการประณีประนอมกับ "ผู้ทรงอิทธิพล" ในท้องถิ่น โดยให้มีตำแหน่งเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้าน  ส่วนองค์กรของประชาชนในท้องถิ่น ที่เคยดูแลจัดสรรทรัพยากรนั้น ไม่ได้รับการส่งเสริม จึงหมดพลังลงไปเรื่อย ๆ

ทรัพยากรธรรมชาติได้แก่ ป่า น้ำ ที่ดิน ร่อยหรอลงทุกขณะ  ส่วนทรัพยากรด้านแรงงานนั้น การจัดการแรงงานตามแบบประเพณี เช่น การแลกเปลี่ยน แรงงานด้วยการลงแขก ต้องหมดลงไปเรื่อย ๆ

ท่ามกลางเงื่อนไขเหล่านี้  ชาวนาและเกษตรกรได้พยายามปรับตัวโดยมีหลักใหญ่ว่า  พยายามที่จะสร้างความหลากหลาย (diversification) ในทุก ๆ ด้านที่จะทำได้ ทางด้านการผลิตมีทั้งการผลิตเชิงพาณิชย์  และผลิตเพื่อเลี้ยงตัวเอง  การขายผลผลิตมีการใช้ระบบพันธะสัญญา (contract) มากขึ้น  แต่ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาสายสัมพันธ์ส่วนตัวไว้  ทางด้านแรงงานมีการสร้างความหลากหลาย  โดยให้สมาชิกในครอบครัวบางส่วนไปหางานทำในเมือง ในโรงงานด้วย ผลกระทบที่สำคัญ  คือ ทำให้สถานะและบทบาทของผู้หญิงต่างไปจากเดิม

แนวโน้มสำหรับอนาคตนั้น สรุปได้ดังนี้

1.    การผลิตในภาคเกษตรกรรม จะเป็นการผลิตที่ใช้ทุนเข้มข้นมากยิ่งขึ้น  และการปรับตัวเข้าสู่ระบบใหม่นี้ พวกที่มีทุนเดิมอยู่จะปรับตัวได้ง่ายกว่า  ชาวนารายเล็กซึ่งจะประสบปัญหามากกว่า  คนที่ปรับตัวไม่สำเร็จจะต้องกลายเป็นแรงงานรับจ้างในภาคเกษตร หรือออกจากภาคเกษตรไปทำงานโรงงาน

2.    การอพยพเข้าสู่เมืองจะมีมากขึ้นโดยลำดับ  เนื่องจากความล่มสลายของการเกษตรประเพณี  ปัญหาคือเมืองจะสามารถดูดซับผู้อพยพใหม่ ได้อย่างมีคุณภาพดีเพียงใด

3.    ผลในทางการเมือง คือ ระบบการเมืองโดยการเลือกตั้งจะแยกออกเป็น 2 ขั้ว คือ ฝ่ายคนในเมืองจะใช้พรรคการเมืองเป็นตัวแทน  และฝ่ายคนใน ชนบทที่มีตัวแทนในระบบอุปถัมภ์  การเมืองในลักษณะเช่นนี้ จะไม่มีพลังเพียงพอที่จะก่อให้เกิดการปฏิรูปของระบบได้
 
 

ธันวาคม 2536