Publication Code: S36
ผลกระทบทางเศรษฐกิจของการพัฒนาระบบมาตรวิทยา
โดย สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ และ วีระชาติ กิเลนทอง
ความสำเร็จของประเทศไทยในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดโลกขึ้นอยู่กับการเข้าสู่มาตรฐานสากลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะระบบมาตรฐาน ISO 9000 ระบบมาตรฐาน ISO 14000 ระบบมาตรฐาน QS 9000 และระบบมาตรฐาน HACCP อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันผู้ประกอบการไทยได้เข้าสู่ระบบมาตรฐานที่สำคัญบางระบบโดยเฉพาะระบบมาตรฐาน ISO 9000 ช้ากว่าประเทศคู่แข่งในเอเซีย การเข้าสู่ระบบมาตรฐาน ISO 9000 จึงเป็นภารกิจที่มีความสำคัญเร่งด่วนสำหรับธุรกิจไทยในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ การคาดการเบื้องต้นพบว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกจะเข้าสู่ระบบมาตรฐานดังกล่าวทั้งหมดในระหว่างปี พ.ศ. 2549-2553 ระบบมาตรวิทยาทั้งในระดับชาติและในระดับห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานจะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่ช่วยให้ธุรกิจของไทยสามารถเข้าสู่ระบบมาตรฐานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในทางตรงกันข้ามหากระบบมาตรวิทยาของประเทศไทยเป็นระบบที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่สามารถให้บริการได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการแล้ว ระบบมาตรวิทยาก็จะกลายเป็นภาระแก่ธุรกิจไทยในการเข้าสู่มาตรฐานสากล การศึกษาผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจของระบบมาตรวิทยาจากการสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมชี้อย่างชัดเจนว่า ระบบมาตรวิทยาที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การขาดการตรวจสอบเทียบเครื่องมือวัดบางชนิดที่มีความสำคัญต่อการผลิต การขาดความเข้าใจในการเลือกและการใช้เครื่องมือวัด การขาดห้องปฏิบัติการสอบเทียบภายในโรงงาน การลงทุนในเครื่องมือวัดบางประเภทเกินความจำเป็น และความล่าช้าของบริการสอบเทียบของห้องปฏิบัติการ ได้สร้างต้นทุนส่วนเพิ่มให้แก่ธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ต้นทุนดังกล่าว ได้แก่ การสิ้นเปลืองวัตถุและพลังงาน การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพไม่ได้ตามมาตรฐาน การหยุดชะงักในกระบวนการผลิต และการลงทุนซ้ำซ้อนในด้านเครื่องมือวัด ในหลายกรณีต้นทุนดังกล่าวมีมูลค่าสูงมาก โดยอาจสูงถึงหลายล้านบาทต่อปี
การประมาณการมูลค่าการส่งเครื่องมือวัดไปสอบเทียบต่างประเทศยังชี้ให้เห็นด้วยว่า หากขีดความสามารถของระบบมาตรวิทยาของประเทศไทยขยายตัวในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี เท่ากับการขยายตัวของการส่งออก โรงงานอุตสาหกรรมเฉพาะใน 2 สาขาซึ่งใช้ระบบมาตรวิทยามากที่สุด คือ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนก็จะมีต้นทุนในการส่งเครื่องมือวัดไปยังต่างประเทศสูงถึง 131-305 ล้านบาทต่อปี ในปี 2549 อย่างไรก็ตาม หากขีดความสามารถของระบบมาตรวิทยาหยุดนิ่งอยู่ในระดับปัจจุบัน ต้นทุนในการส่งเครื่องมือไปสอบเทียบในต่างประเทศของทั้งสองอุตสาหกรรมจะสูงขึ้นเป็น 175-411 ล้านบาทต่อปี ในปีเดียวกันการเร่งพัฒนาระบบมาตรวิทยาให้ได้มาตรฐานและมีห้องปฏิบัติการสอบเทียบเพียงพอกับความต้องการของอุตสาหกรรม จึงเป็นภารกิจที่มีความสำคัญเร่งด่วนเป็นอย่างยิ่ง
จากการศึกษาครั้งนี้ คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะทางนโยบายในการพัฒนาระบบมาตรวิทยาทั้ง 3 ส่วน ดังต่อไปนี้
มิถุนายน 2544