Publication Code: S14
การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศในปัจจุบันนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องนำเอาความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตที่ก้าวหน้ามาใช้ ทั้งนี้เพื่อให้เราสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ แข่งขันได้ในตลาดระหว่างประเทศ ในระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันประเทศไทยเรา รับเอาความรู้และเทคโนโลยีการผลิตมาจากต่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้กันมากก็คือ การซื้อสิทธิเพื่อทำการผลิตโดยมีข้อสัญญา การทำเช่นนี้มีผลดีในระยะสั้นเท่านั้น เพื่อผลในระยะยาวจำเป็นจะต้องพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีจนถึงขั้นที่สามารถ พึ่งตนเองทางเทคโนโลยีได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้เราสามารถแข่งขันได้ในระหว่างประเทศ
วิธีการที่จะทำให้เราสามารถพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีได้ก็คือการวิจัยและพัฒนา ในประเทศอุตสาหกรรมงานวิจัยเทคโนโลยีนั้น จะดำเนินการส่วนใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมและงานวิจัยวิทยาศาสตร์นั้นจะดำเนินการส่วนใหญ่ในภาครัฐ
สำหรับประเทศไทยงานวิจัยและพัฒนาส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ
90 ยังดำเนินการอยู่ในภาครัฐ
และยังส่งผลไปสู่ภาคผู้ใช้ใน
อุตสาหกรรมน้อยมาก
ในอนาคตทิศทางของการวิจัยและพัฒนาจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงไป
โดยภาคเอกชนจะต้องใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนามากขึ้น
ขณะเดียวกัน
งานวิจัยในภาครัฐจะต้องมีทิศทางและเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ชัดเจนขึ้น
และมีความเชื่อมโยงกับ
การนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น
การจัดการระบบวิจัยและพัฒนาที่จะให้เกิดผลในการพัฒนาอุตสาหกรรม
จึงเป็นเรื่องที่สำคัญในอนาคตของประเทศไทย
งานวิจัยนี้ได้ศึกษาทบทวนระบบวิจัยและพัฒนาของประเทศ สำรวจกิจกรรมการวิจัยของประเทศซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการอยู่ในภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาวิทยาลัยและสำรวจความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ
ผลของการศึกษา
ได้เปิดเผยให้ทราบถึงจุดอ่อนของระบบวิจัยและพัฒนา
และระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ
หลายประการ
ซึ่งควรได้รับการแก้ไข
คณะผู้วิจัยจึงได้จัดทำข้อเสนอแนะ
โดยหวังว่าจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในการทำให้
ภาคเอกชนมีบทบาทในการวิจัยและพัฒนามากขึ้น
การวิจัยและพัฒนาในภาครัฐตรงกับเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรม
เศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาวต่อไป
มิถุนายน 2534