การดำเนินงานเกี่ยวกับแผนแม่บทชุมชน

ความเป็นมา

กระบวนการจัดทำแผนชุมชนเกิดขึ้นมาด้วยสาเหตุหลายประการด้วยกัน ตั้งแต่การไม่ประสบความสำเร็จของกลไก
การแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชุมชนในรูปแบบเดิมของภาครัฐ เช่นมาตรการแก้ไขปัญหาไม่ได้ตอบสนองความต้องการ
ของชุมชน ความล้มเหลวของกลไกการบริหารจัดการที่มีการคอรัปชั่น การวางแผนสั่งการจากบนลงล่างทำให้
ขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชนในพื้นที่ และยังสร้างนิสัยการรอรับความช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐให้กับประชาชน
นอกจากนี้ การถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางที่เข้ามารับซื้อผลผลิตภายในชุมชน และภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปี
พ.ศ. 2540 ที่ทำให้เกิดปัญหาการว่างงานซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานในระดับล่างที่ส่วนใหญ่เป็นคนในชนบท
ต้องอพยพกลับไปยังถิ่นฐานเดิม สาเหตุต่างๆ เหล่านี้ทำให้ชุมชนหลายชุมชนเห็นว่าไม่สามารถที่จะพึ่งพารัฐและหน่วยงาน
ราชการแต่เพียงฝ่ายเดียวและเห็นความสำคัญของการกลับมาพึ่งตนเอง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ชุมชนและการรวมกลุ่ม
โดยธรรมชาติต่างๆ เกิดขึ้น เช่น ชุมชนไม้เรียง ใน อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ที่หลายฝ่ายยอมรับว่าเป็นต้นแบบของ
ชุมชนเข้มแข็งและมีการวางแผนแม่บทชุมชนที่ดี กลุ่มออมทรัพย์ต่างๆ ในจังหวัดสงขลา ธนาคารชุมชนในจังหวัดพะเยา
และการเกิดขึ้นของกลุ่มอาชีพอื่นๆ ในภาคต่างๆ ของประเทศไทย ประกอบกับในระยะหลังมีกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน
(NGOs) เข้ามาทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นพลังที่ทำให้กระบวนการสร้างความเข้มแข็ง
ให้กับชุมชนมีพัฒนาการมาโดยตลอด โดยในระยะต่อมาสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)
และธนาคารโลก (World Bank) ได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาที่มีคนเป็นศูนย์กลางและการสร้างทุนให้กับชุมชน
จึงได้มี "มาตรการเพิ่มพลัง" (Empowerment) จัดสรรเงินให้รัฐบาลไทยกู้เงินเพื่อไปจัดทำโครงการต่างๆ ที่ช่วย
เพิ่มพลังและเพิ่มทุนทางสังคมให้กับชุมชน เช่น การสนับสนุนเงินของ UNDP ในปี พ.ศ. 2542 ที่ให้กรมส่งเสริม-
การเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับเครือข่ายภูมิปัญญาไทยและมูลนิธิหมู่บ้าน จัดทำแผนแม่บทชุมชนขึ้นภายใต้
"โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเกษตรแบบยั่งยืน" ต่อมากองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (SIF)
ได้นำเสนอกระบวนการจัดทำแผนชีวิตชุมชนในพื้นที่ตำบลไม้เรียงต่อผู้นำและองค์กรชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ
ตลอดจนได้สนับสนุนงบประมาณและประสานความร่วมมือกับองค์กรชุมชนและองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ต่างๆ
เพื่อสนับสนุนให้เกิดกระบวนการจัดทำแผนชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งในระยะนี้เองที่ทำให้หลายหน่วยงานโดยเฉพาะ
ภาครัฐเห็นความสำคัญของกระบวนการดังกล่าวนี้ จึงได้มีแนวคิดที่จะสนับสนุนและขยายผลเพื่อดำเนินการให้
ครอบคลุมทั่วประเทศ

สถานการณ์ของแผนแม่บทชุมชนในปัจจุบัน

กล่าวได้ว่าการดำเนินงานของการจัดทำแผนแม่บทชุมชนที่มีจุดเริ่มต้นมาจากภายนอกระบบความคิดของทางราชการ
เป็นกระบวนการที่สอดคล้องกับกระบวนการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9
(2545-2549) ที่กำหนดให้ชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา และยังสอดคล้องกับนโยบายต่างๆ
ของรัฐบาลปัจจุบัน เช่น นโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนที่รัฐบาลมียุทธศาสตร์อย่างชัดเจนในการกำหนดพื้นที่
เป็นตัวตั้ง นโยบายการปฏิรูประบบราชการ ที่กำหนดให้หน่วยงานราชการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ต้องวางมาตรการ
และกิจกรรม ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน มีส่วนร่วมภายในปี พ.ศ. 2550 นโยบายกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ที่รัฐธรรมนูญ
กำหนดให้รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณ ให้กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อบต.) ร้อยละ 35 ในปี พ.ศ. 2549
นโยบายผู้ว่าฯ ซีอีโอ ที่เห็นชอบให้ผู้ว่าราชการในทุกจังหวัดเป็นผู้บริหารสูงสุดของจังหวัด และมีงบกลางในการบริหารงาน
นอกจากนี้นโยบายเร่งด่วนอื่นๆ ของรัฐบาลก็มีเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ในระดับท้องถิ่นโดยตรง ได้แก่ โครงการกองทุนหมู่บ้าน โครงการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย โครงการธนาคารประชาชน
โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค

จากความสอดคล้องของกระบวนการจัดทำแผนแม่บทชุมชนและกลไกการบริหารจัดการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา
ต่างๆ ของชุมชน รัฐบาลภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
จึงได้ดำเนินการสนับสนุนและขยายผลให้มีการจัดทำแผนแม่บทชุมชนทั่วประเทศ

บทบาทของภาครัฐในการการดำเนินงานจัดทำแผนแม่บทชุมชนที่ผ่านมา มีหลายหน่วยงานที่ได้ให้การสนับสนุนการจัดทำ
แผนชุมชน และดำเนินการแล้วเสร็จโดยเป็นหน่วยงานจากภาครัฐโดยตรง 3 หน่วยงาน คือ กรมส่งเสริมการเกษตร
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)
ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยอิสระจากความร่วมมือของรัฐบาล คือ
สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม (Social Investment Fund) โดยจำนวนพื้นที่ตำบลที่จัดทำแผนชุมชนของหน่วยงานต่างๆ
ดูได้จากตารางที่ 1

ตารางที่ 1 แสดงจำนวนพื้นที่ตำบลที่จัดทำแผนชุมชนของหน่วยงานต่างๆ ชื่อองค์กร

ชื่อองค์กร

จำนวนตำบลที่ได้รับการสนับสนุนจัดทำแผนชุมชน

ถึงปี พ.ศ. 2545

ปี พ.ศ. 2546

กรมส่งเสริมเกษตร

219

ไม่มี

ธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร

463

640

สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม

1,880

ไม่มี

สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชมชน

ไม่มี

1,314

ที่มา: เอกสารเผยแพร่จากเว๊บไซต์ http://poverty.nesdb.go.th/Community/community.htm

ในระยะแรกแต่ละหน่วยงานที่เข้าไปช่วยเหลือจัดทำแผนแม่บทชุมชนต่างก็มีวัตถุประสงค์เฉพาะของตัวเอง เช่น
กรมส่งเสริมการเกษตรต้องการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรในการวางแผน เสนอแผน
บริหารและจัดการกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเอง และสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเจ้าที่ที่เกี่ยวข้องในการทำงาน
แบบมีส่วนร่วม และการส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรมีวัตถุประสงค์
ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยการสร้างแผนแม่บทจากฐานกลุ่มลูกค้าของ ธ.ก.ส. ที่มีการรวมกลุ่มกันอยู่แล้ว
สำนักงานกองทุนเพื่อสังคมต้องการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวางแผนพัฒนาในระดับตำบล
และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กับชุมชน โดยดำเนินการจัดทำแผนชุมชนในระยะเริ่มแรกด้วยการจัด
"โครงการวิจัยเศรษฐกิจท้องถิ่น 200 อำเภอ"

ขั้นตอนในการดำเนินงานการจัดทำแผนชุมชนของแต่ละหน่วยงานไม่ได้แตกต่างกันมากเริ่มจากการจัดตั้งหน่วยงาน
สนับสนุนด้านงบประมาณ บุคลากร และกรอบแนวทางการดำเนินการขึ้น ต่อมาจึงจัดอบรมวิทยากรการจัดทำแผนชุมชน
จัดหาแกนนำชุมชนเพื่อมาอบรมทำความเข้าใจเรื่องแนวคิดในการทำแผนชุมชน เปิดเวทีทำความเข้าใจกับชาวบ้าน
ในเรื่องการทำแผนชุมชน ดำเนินการสำรวจข้อมูล แล้วเปิดเวทีหมู่บ้านเพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน
หลังจากนั้นจึงจัดประชุมอีกครั้งเพื่อนำเสนอแผน แล้วจึงจัดทำเป็นแผนแม่บทชุมชน

พื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนการจัดทำแผนชุมชนไปแล้วในปี พ.ศ. 2545 จำนวน 2,356 ตำบล/เทศบาล (ไม่รวม
กรุงเทพมหานคร) และมีเป้าหมายดำเนินการในปี พ.ศ. 2546 เน้นพื้นที่ตำบลที่มีการทำแผนชุมชนไปแล้ว จำนวน
3,049 ตำบล ปี พ.ศ. 2547 เน้นพื้นที่ตำบลเป้าหมายยากจนหรือพื้นที่เร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 และ 2 ที่ยังไม่ได้มีการทำ
แผนชุมชน และเทศบาลที่ได้มีการทำแผนชุมชนไปแล้ว จำนวน 2,673 แห่ง และปี พ.ศ. 2548 เน้นพื้นที่ตำบล
และเทศบาลอื่นๆ ที่เหลือ จำนวน 1,683 แห่ง

โดยได้แบ่งกลไกการบริหารจัดการออกเป็น 2 ส่วน คือหน่วยงานส่วนกลางประกอบด้วย คณะกรรมการอำนวยการ
บูรณาการแผนชุมชนและเอาชนะความยากจน ประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ
ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก กำกับติดตาม และเสนอแนะนโยบาย โดยมีเลขานุการร่วมคือ สำนักงานคณะกรรมการ-
พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และ สำนักงานกองทุนหมู่บ้าน
และชุมชนเมือง แห่งชาติ (สทบ.) และคณะอนุกรรมการฯ ประกอบด้วยผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่
สังเคราะห์ภาพรวม เชื่อมโยงเครือข่าย และแต่งตั้งคณะทำงาน 4 คณะ ได้แก่ คณะทำงานข้อมูล ประกอบด้วย
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ธนาคารเพื่อการ-
เกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม (SIF) ฯลฯ คณะทำงานภาคีเจ้าภาพและเตรียม
วิทยากรฯ ซึ่งแบ่งเป็นคณะทำงานเตรียมวิทยากร ได้แก่ ธ.ก.ส. วิทยาลัยการจัดการทางสังคม (วจส.) มูลนิธิหมู่บ้าน ฯลฯ
และคณะทำงานภาคีเจ้าภาพ ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมการพัฒนาชุมชน
กรมการศึกษานอกโรงเรียน และกองบัญชาการทหารสูงสุด คณะทำงานประเมินผลและสร้างองค์ความรู้ใหม่ ได้แก่
มหาวิทยาลัยและสถาบันราชภัฎต่างๆ และ สกว. และคณะทำงานประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วย สศช. พอช. สทบ. อสมท.
กรมประชาสัมพันธ์ กองทัพบก บจม.ยูไนเต็ดคอมมูนิเกชั่นอินดัสตรี (UCOM) ฯลฯ

หน่วยงานในระดับพื้นที่ได้แก่ ในระดับจังหวัดมีทีมภาคีเจ้าภาพหรือผู้ประสานงานหลักในพื้นที่และคณะกรรมการ-
พัฒนาจังหวัด (กพจ.) ในระดับอำเภอมีทีมวิทยากรอำเภอและคณะกรรมการพัฒนาอำเภอ (กพอ.) และในระดับ
ตำบลมีทีมปฏิบัติการตำบลรวมกับคณะทำงานสนับสนุนการปฏิบัติการพัฒนาชนบทระดับ (คปต.)
และคณะกรรมการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)

 

[สถานการณ์ความยากจนในประเทศไทย]
[นโยบายความยากจนของรัฐ: อดีตและปัจจุบัน]
[ทีดีอาร์ไอกับการแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศไทย ]
[ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความยากจนทั้งในประเทศและต่างประเทศ]
[E-participation] [แหล่งเชื่อมโยงอื่น]

[การประชุมและสัมมนา] [งานวิจัย]