Publication Code: N64


การท่องเที่ยวและผลกระทบต่อคนเลี้ยงช้างในจังหวัดสุรินทร์


โดย จามะรี เชียงทอง

สารบัญ

การท่องเที่ยวเช่นเดียวกับนวัติกรรมทางสังคมอื่นๆ ก็เป็นเช่น ดาบสองคม คืออาจก่อให้เกิดทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีที่มักได้รับการกล่าวถึงก็คือ การท่องเที่ยวจะเป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ชุมชนที่ถูกท่องเที่ยวจากการที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินไปในการซื้อบริการ อาหาร และของที่ระลึก ในอีกด้านหนึ่งก็มีผู้กังวลถึงผลเสียจากการท่องเที่ยวว่าอาจจะนำมาสู่ผลกระทบเชิงลบทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม

สำหรับประเทศไทยนั้น การท่องเที่ยวได้กลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญ และถือเป็นนโยบายที่สำคัญประการหนึ่งของรัฐบาลที่จะส่งเสริม ให้มีการท่องเที่ยว แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ได้มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสนใจมากขึ้นต่อผลกระทบเชิงลบต่อทรัพยากรและวัฒนธรรม และในทศวรรษที่ผ่านมาได้มีการรณรงค์การท่องเที่ยวในเชิง "อนุรักษ์" ซึ่งเน้นเฉพาะการไป "เห็น" และ "ซึมซับ" ประสบการณ์แต่ต้อง ละเว้นจากการทำลายทรัพยากร ในแง่ผลกระทบทางวัฒนธรรม ก็ได้มีการเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญต่อการเคารพวัฒนธรรม ท้องถิ่นและศักดิ์ศรีของชุมชนที่ "ถูกท่องเที่ยว"

รายงานวิจัยเรื่อง "การท่องเที่ยวและผลกระทบต่อชุมชน" นี้ เป็นกรณีศึกษาปัญหาเกี่ยวกับของ "ช้างเร่ร่อน" และชุมชนกุยที่เลี้ยงช้างที่บ้านตากลาง จังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่ประมาณปี 2538 เป็นต้นมา หลังจากที่มีข่าวช้างฮันนี่ถูกรถชน ก็เริ่มมีการตั้งคำถามวิพากษ์วิจารณ์มากมายว่าเป็นการสมควร หรือไม่ที่ช้างจะมาเดิน "เร่ร่อน" ตามเมืองใหญ่ เพื่อรับบริจาค "ค่าอาหารช้าง" จากผู้พบเห็น เพราะการพาช้างเข้ามายังเมืองใหญ่นั้น มองกันว่าเป็นการทรมานช้าง เพราะเมืองใหญ่ไม่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของช้าง  แต่ในอีกด้านหนึ่งผุ้เลี้ยงช้างซึ่งส่วนใหญ่ เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ ก็กล่าวอ้างว่า สภาพแวดล้อมที่เป็นป่าใกล้ๆ หมู่บ้านที่ตนอาศัยนั้นได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว จนไม่มีพืชอาหารพอเพียง สำหรับช้าง ถ้าไม่พาช้างออกมาหากินในเมืองใหญ่ โอกาสที่ช้างจะไม่มีพอกินจะมีอยู่สูงมาก

จากประเด็นข้อถกเถียงดังกล่าว ได้นำมาสู่แนวความคิดของการรื้อฟื้น "หมู่บ้านช้าง" ที่จะทำให้ช้างสามารถอยู่ในหมู่บ้านเดิมของตนเองได้ ในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติโดยมีอาหารพอกิน อย่างไรก็ตาม การจะจัดการดังกล่าวได้ จะต้องใช้ต้นทุนสูงพอสมควร และเนื่องจาก ไม่อาจหวังพึ่งงบประมาณจากทางราชการได้ จึงมีแนวความคิดว่า "หมู่บ้านช้าง" ดังกล่าวน่าจะสามารถพึ่งตนเองได้จากรายได้จากการท่องเที่ยว  โดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมหมู่บ้านดังกล่าว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคำถามที่ตามมาก็คือ การสนับสนุนให้นักท่องเที่ยว เข้ามาในหมู่บ้านจะส่งผลกระทบต่อชุมชนในแง่ลบ กล่าวคือจะเป็นการทำลายวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้านหรือไม่

งานวิจัยนี้  นอกจากเป็นการพยายามตอบคำถามดังกล่าวแล้วยังพยายามวิเคราะห์การท่องเที่ยวในฐานะปัจจัยประการหนึ่งในกระบวนการพัฒนา โดยจะพิจารณาผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อการพัฒนาทั้งในแง่ลบและในแง่บวก
 
 

สิงหาคม 2541