Publication Code: N30


การศึกษาความยั่งยืนของระบบเกษตรที่สูง


สารบัญ

การรักษาทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะป่าไม้ในเขตต้นน้ำลำธารของไทย เป็นปัญหาสืบเนื่องมานานหลายทศวรรษ   หน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานได้ทุ่มเททรัพยากรเข้าแก้ไขปัญหาบนที่สูง   โดยมีจุดประสงค์แตกต่างกัน เช่น เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงแห่งชาติ การปลูกฝิ่น   ปัญหาการสูญเสียป่าต้นน้ำลำธารและเพื่อขยายสวัสดิการของรัฐไปสู่ชุมชนภูเขา   วิธีการที่ใช้แก้ไขปัญหาก็วิวัฒนาการมาตามลำดับ   เนื่องจากการเรียนรู้และประสบการณ์ และเพื่อตอบสนองต่อปัญหาใหม่ ๆ อย่างไรก็ดี  ในปัจจุบัน เนื่องจากที่ทำกินจำกัด เป็นที่ยอมรับกันว่า วิถีทางการพัฒนาชุมชนในที่สูงให้มีการทำการเกษตรเป็นหลักแหล่ง   เป็นวิธีการที่น่าที่จะเกิดผลเสียต่อส่วนรวมน้อยที่สุด   วิถีทางการพัฒนาเช่นนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การต่างประเทศหลายองค์กร เช่น ธนาคารโลก สหประชาชาติ รัฐบาลประเทศออสเตรเลีย นอรเวย์ สาธารณรัฐเยอรมัน ฯลฯ ซึ่งโครงการเหล่านี้ต่างมีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกัน   นับว่าประเทศไทยมีการทดลองรูปแบบการพัฒนาที่สูงที่หลากหลายและก้าวหน้าที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจรุดหน้าอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีกำลังทางเศรษฐกิจสูง   นอกจากนี้พื้นที่การปลูกฝิ่นในประเทศถดถอยน้อยลงตามลำดับ   ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่ความช่วยเหลือจากต่างประเทศจะต้องลดลง   และการพัฒนาชุมชนที่สูงก็ต้องเข้าสู่กรอบของการบริหารและงบประมาณของไทย   การศึกษานี้มุ่งหวังที่จะหาแนวทางในการพัฒนาที่สุงที่เป็นเอกภาพโดยรวบรวมเอาจุดแข็งของประสบการณ์ของทุกโครงการไว้ด้วยกัน   และในขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับความเป็นไปได้ในระบบงบประมาณและระบบการบริหารราชการของไทย

วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย

(1)     เพื่อศึกษาวิธีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในที่สูง

(2)     เพื่อหาผลตอบแทนของการผลิตในที่สุงจากพืชชนิดต่าง ๆ

(3)     เพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาอันอาจจะเกิดจากปัจจัยภายนอกที่จะมีผลต่อความยั่งยืนของระบบ

(4)     เพื่อหาแนวทางร่วมในการพัฒนาชุมชนในที่สูงอย่างมีเอกภาพ   และในขณะเดียวกันสามารถรักษาสภาพแวดล้อมไว้ให้ยั่งยืน

การศึกษานี้ ได้รับมอบหมายจากกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและกรมวิเทศสหการ   โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานความช่วยเหลือระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID)

 

ตุลาคม 2537