Publication Code: N25


ระบบสารสนเทศคุณภาพสิ่งแวดล้อมจังหวัด สมุทรปราการ


สารบัญ

การจัดการและการควบคุมมลพิษ อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำต้องอาศัยปัจจัยที่สำคัญ 4 ประการ คือ ปัจจัยที่ 1 ความตระหนัก ต่อปัญหาอันเนื่องมาจากการปนเปื้อนของมลพิษในสิ่งแวดล้อม ความตระหนักดังกล่าว มาจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและที่สำคัญ คือ จากผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษทั้งภาครัฐและเอกชน อีกกลุ่มที่ต้องตระหนักในปัญหามลภาวะอย่างจริงจัง คือ รัฐบาลและนักการเมือง เนื่องจากปัญหามลภาวะได้สะสมตัวจนกลายเป็นปัญหาของประเทศชาติ   ซึ่งต้องอาศัยความมุ่งมั่นและนโยบายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดมลพิษ   ปัญหาเจ้าพระยาเน่าหรือเรื่องบทบาทอำนาจของหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง   ปัจจัยที่ 2 เทคโนโลยีและเงิน ความตระหนักต่อปัญหาจะไร้ค่าหากขาดการแปรไปสู่การปฏิบัติด้วยการจัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม   และการลงทุนอย่างจริงจัง   ความตระหนักจะไร้ค่าหากโรงงานอุตสาหกรรมยังคงปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม โดยไม่มีการบำบัดหรือบำบัดโดยไม่ได้มาตรฐาน   จะไร้ค่าหากประชาชนปฏิเสธการจ่ายเงินเพิ่มขึ้นบ้างเพื่อใช้ในการบำบัดน้ำทิ้งจากห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องครัวของตน   และจะไร้ค่าหากรัฐบาลยังคงดึงเงินจากท้องถิ่นเข้าสู่ส่วนกลางจนท้องถิ่นอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอ เกินกว่าจะแก้ไขปัญหาด้วยตนเองได้   ปัจจัยที่ 3 ระบบบริหารจัดการและการควบคุมมลพิษ   มีองค์ประกอบอยู่ 3 ประการด้วยกัน คือ นโยบาย องค์กร และกฎหมาย ในเรื่ององค์กรและกฎหมายนั้นเป็นที่น่ายินดีว่าในช่วงรัฐบาลของนายอานันท์ ปันยารชุน ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างครั้งใหญ่ขององค์กรรัฐที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม และออกกฎหมายที่ถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญ คือ พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม 2535 ส่วนในแง่นโยบายการจัดการและควบคุมมลพิษนั้น เรามีบทเรียนในการวิ่งตามหลังปัญหาที่เกิดขึ้น    สภาวะ "สวรรค์ของมลพิษ" ในจังหวัดสมุทรปราการเป็นตัวอย่างที่ดี   นโยบายหรือยุทธศาสตร์ในการควบคุมมลพิษจึงควรคำนึงทั้งสองด้าน คือ จะตามล้างตามเช็ดอย่างไรให้ทันกับปัญหาและจะทำอย่างไรที่จะดักหน้าปัญหาไว้ เพื่อป้องกันมิให้อีก 70 กว่าจังหวัดของประเทศไทยเดินซ้ำรอยกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ   ได้มีการวิเคราะห์ว่าการควบคุมมลพิษโดยใช้กลไกการสั่งการและควบคุม (Command and Control) เพียงอย่างเดียวไม่ใช่วิธีการที่มีประสิทธิภาพ   มาตรการทางเศรษฐกิจโดยถือหลักผู้ก่อมลภาวะต้องจ่าย (Polluter Pays Principle) น่าจะเป็นกลไกอีกประการหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจให้ทุกฝ่ายหันมาเอาใจใส่ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง   อย่างไรก็ตามวิธีการปฏิบัติที่ให้สอดคล้องกับระบบของสังคมไทย และให้เกิดความเท่าเทียมกันทุกฝ่ายยังคงเป็นประเด็นที่ต้องศึกษาโดยละเอียด   ข้อจำกัดประการหนึ่งในการนำเอามาตรการทางเศรษฐกิจไปใช้ คือ เรายังขาดระบบข้อมูลและระบบตรวจสอบปริมาณมลพิษทั้งจากแหล่งกำเนิดในสิ่งแวดล้อมโดยทั่วไป   ปัจจัยที่ 4 ระบบสารสนเทศคุณภาพสิ่งแวดล้อม   การวางแผนเพื่อที่จะวิ่งตามปัญหาให้ทันก็ดี การดักปัญหาไว้ก็ดีจำต้องตอบคำถามพื้นฐานมากมาย เช่น มลพิษที่กล่าวถึงคืออะไร   มีปริมาณกี่ตันหรือกี่ลูกบาศก์เมตรต่อวัน? เกิดจากใคร (อุตสาหกรรมหรือชุมชน)? เกิดที่ไหน (ถ.สุขสวัสดิ์ หรือ ถ.เทพารักษ์)? ในอนาคตจนสิ้นแผนฯ 7   หากไร้มาตรการใดๆ จะเกิดมลพิษตกค้างอีกเท่าไร? น้ำจะเน่าเสีย เพิ่มขึ้นอีกกี่คลอง? ประชาชนบริเวณใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด?   หากคำนึงถึงการนำเอาหลักการผู้ก่อมลพิษต้องจ่ายมาใช้ก็จะมีคำถามที่ละเอียดมากขึ้นว่า   โรงงาน ก. มีของเสียที่มีโลหะหนักปนเปื้อนกี่กิโลกรัมต่อวัน?   โรงาน ข. , มีน้ำเสียกี่ลูกบาศก์เมตรต่อวัน?   ตำบลสำโรง เหนือมีขยะจากกิจกรรมของชุมชนเกิดขึ้นกี่ตันต่อวัน และประชาชนแต่ละคนต้องเสียค่าใช้จ่ายที่เป็นจริงในการเก็บขนและกำจัดขยะเท่าไร? ยังคงมีคำถามอีกมากมายที่ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง   มีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบสามารถเรียกใช้ทำการคำนวณ หรือคาดคะเนเพื่อตอบคำถามเหล่านี้   นำไปสู่การตัดสินใจหรือการวางแผนล่วงหน้า   ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรตามขนาดความรุนแรงของปัญหาที่เป็นจริง   นับได้ว่าระบบสารสนเทศคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ และมีความสำคัญเท่าเทียมกับปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ อีกสามประการที่ได้กล่าวมา

ระบบสารสนเทศคุณภาพสิ่งแวดล้อม (Environmental Quality Information System: EQUIS) สำหรับจังหวัดสมุทรปราการที่ได้จัดทำขึ้นมานั้น   นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับการพัฒนาปัจจัยที่สี่ในการควบคุมมลพิษ   ข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในบทความนี้ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์   แต่ก็คงเพียงพอที่จะกระตุ้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้หันมาให้ความสนใจ   และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยในปัจจุบันให้เป็นประโยชน์ต่อ การบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศ ก่อนที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นปัจจัยหลักในการกำหนด การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

ธันวาคม 2535