Publication Code: N23
ดัชนีสารสนเทศเชิงพื้นที่
สารสนเทศเชิงพื้นที่มีความสำคัญมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นในสมัยโบราณที่เริ่มใช้ในด้านการทหาร จนถึงปัจจุบันที่มีการใช้สารสนเทศเชิงพื้นที่อย่างแพร่หลายในหลายสาขาวิชาการ หลายหน่วยงาน ผลที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ จะมีสารสนเทศเชิงพื้นที่มากมายในหน่วยงานต่างๆ ในหลายวัตถุประสงค์ เมื่อหน่วยงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ เอกชน หรือบุคคลที่สนใจต้องการที่จะใช้สารสนเทศเชิงพื้นที่เหล่านั้น เขาจะทราบได้อย่างไรว่าสารสนเทศเชิงพื้นที่ที่ตนต้องการมีหน่วยงานใดจัดทำแล้วบ้าง และจะเข้าถึงสารสนเทศเหล่านั้นได้อย่างไร สิ่งแรกที่เขาเหล่านั้นคิดถึงจะได้แก่ ดัชนีสารสนเทศเชิงพื้นที่ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าในงานด้านต่างๆ เช่น การใช้ที่ดิน ธรณีวิทยา ขอบเขตการปกครอง คุณภาพน้ำ-อากาศ ภูมิอากาศ ประชากร ป่าไม้ ป่าสงวน อุทกวิทยา ฐานข้อมูลชนบท (กชช2ค) ปริมาณการจราจร ตลอดจนข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม ว่าหน่วยงานใดที่จัดทำแล้วบ้าง ในพื้นที่ใดจะเข้าถึงสารสนเทศเหล่านั้นได้อย่างไร ติดต่อกับใคร หมายเลขโทรศัพท์-โทรสาร ฯลฯ
ในการจัดทำดัชนีสารสนเทศเชิงพื้นที่ทางสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้เลือกการเก็บข้อมูลโดยการออกสัมภาษณ์ เพราะทำให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดและทันสมัยมาก ถึงแม้ว่าการเก็บข้อมูลโดยการออกสัมภาษณ์นี้ จะมีปัญหาด้านกำลังคนและเวลา กระนั้นก็ตามทางคณะผู้ดำเนินการก็ได้เลือกเอาวิธีการออกสัมภาษณ์ในการรวบรวมข้อมูล ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีที่สุด TDRI มีประสบการณ์ด้านการออกสำรวจข้อมูล GIS มาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2530ได้ออกสำรวจ ณ สถานที่เป้าหมาย ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้ดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาโดยการออกสัมภาษณ์ ครั้งที่สองในปีพ.ศ. 2532 ใช้วิธีการออกแบบสอบถาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดประชุมสัมมนาในเรื่องการประยุกต์ใช้สารสนเทศในประเทศไทย และครั้งที่สามในปีพ.ศ. 2534 เป็นการออกสัมภาษณ์ในโครงการจัดทำแผนหลักการจัดตั้งระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ให้แก่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงาน
จากการสัมภาษณ์พบว่า หน่วยงานส่วนใหญ่ไม่มีการจัดทำดัชนีสารสนเทศเชิงพื้นที่ ถึงแม้ว่าจะมีบางหน่วยงานที่จัดทำแต่การจัดทำดัชนีนั้นไม่ได้อยู่ในรูปของดิจิตอล จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า ดัชนีเกี่ยวกับสารสนเทศของหน่วยงานมักจะอยู่ในความทรงจำของคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ถ้าบุคคลเหล่านั้นไม่สามารถที่จะทำงานได้ในเวลาที่ต้องการ ความทรงจำเกี่ยวกับดัชนีสารสนเทศเชิงพื้นที่ของหน่วยงานก็จะหายไปชั่วคราว แต่ถ้าบุคคลสำคัญคนนั้นตายโดยที่ยังไม่ได้ถ่ายทอดต่อไปยังคนอื่น ดัชนีก็จะหายไปโดยสิ้นเชิง หรือในบางกรณีหน่วยงานก็ตกลงกันเองไม่ได้ว่าตนเองควรจะมีสารสนเทศในพื้นที่ใดบ้าง ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม ดังนั้นการจัดเก็บดัชนีในรูปดิจิตอลจึงเป็นการจัดเก็บที่เหมาะสม สมควรที่หน่วยงานจะมีนโยบายส่งเสริมให้มีการทำดัชนีสารสนเทศเชิงพื้นที่ระบบดิจิตอล
Canadian International Development Agency (CIDA) และสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของดัชนีสารสนเทศเชิงพื้นที่ในระบบดิจิตอลนี้เช่นกัน จึงได้ให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือแก่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ในการจัดทำดัชนีสารสนเทศเชิงพื้นที่ของประเทศเพื่อเป็นการเริ่มต้น และคาดว่าจะต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยตามเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน
ระบบการจัดเก็บสารสนเทศเชิงพื้นที่โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ
ส่วนรูปแบบการนำเสนอข้อมูลที่ดีที่สุด ได้แก่ การนำเสนอข้อมูลจากการทำ relational join ระหว่างดัชนีและคุณลักษณะเฉพาะ (attribute data) แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลบางประเภทที่มีข้อมูลไม่มากนัก รูปแบบการนำเสนอข้อมูลโดยตรงซึ่งจะไม่ผ่านการทำ relational join ดังที่กล่าวจะคล่องตัวและรวดเร็วกว่า
การนำเสนอดัชนีสารสนเทศเชิงพื้นที่จะมี 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแรกสำหรับหน่วยงานที่มี GIS ฮาร์ดแวร์และซอล์ฟแวร์ และอีกรูปแบบหนึ่งสำหรับหน่วยงานที่ไม่มีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอล์ฟแวร์ของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ การนำเสนอจะเป็นในรูป windows workstation โดยใช้โปรแกรม object vision
มีนาคม 2535