Publication Code: I21
สารบัญ
อัตราการขยายตัวของการส่งออกไทยชะลอลงอย่างมากในปี 2539 ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมมีความซบเซา ได้มีแนวคิดหลายประการ เกี่ยวกับสาเหตุการชะลอตัวของการเพิ่มการส่งออกไทย แต่ยังไม่มีการศึกษาในรายละเอียด งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะหาปัจจัย ที่กำหนดการส่งออกของไทย เพื่อทำความเข้าใจถึงแบบแผนการเปลี่ยนแปลงของการส่งออก และเสนอยุทธศาสตร์การส่งออกต่อไป
การศึกษาได้ใช้ข้อมูลการส่งออกของไทยวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอดีตและเน้นการเปลี่ยนแปลงในช่วงปี 2539-2540 มีการคำนวณดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบที่ปรากฏ (Revealed Comparative Advantage) และการเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งตลาด ในตลาดที่สำคัญของไทยเพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการแข่งขันเทียบกับประเทศคู่แข่งที่สำคัญ นอกจากนี้ยังใช้วิธี การทางเศรษฐมิติ หาความสัมพันธ์ของตัวแปรเชิงปริมาณต่อการส่งออกในสินค้าสำคัญห้าชนิด ในด้านปัจจัยเชิงคุณภาพ การศึกษาได้วิเคราะห์ปัจจัยภายในประเทศ รวมทั้งมาตรการของรัฐบาลที่มีผลต่อต้นทุนการส่งออก รวมทั้งมีการสัมภาษณ์และสำรวจ ความคิดเห็นผู้ประกอบการโดยใช้แบบสอบถาม เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดยุทธศาสตร์การส่งออก
ผลการศึกษาพบว่า
การขยายตัวของการค้าโลก
และการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่แท้จริงเป็นปัจจัยสำคัญ
ที่มีผลต่อการส่งออกไทย
ดังนั้นในปี 2539
การที่การค้าโลกมีการขยายตัวต่ำมาก
โดยเฉพาะจากการมีอุปทานส่วนเกินของอุตสาหกรรม
อิเล็กทรอนิกส์
รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่แท้จริงของไทยแข็งขึ้น
ส่งผลให้การส่งออกของไทยมีการขยายตัวต่ำ
นอกจากนี้การศึกษาพบว่า
ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันสินค้าที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
และใช้แรงงานเข้มข้น
ทั้งนี้ค่าแรง
ของไทยสูงกว่าประเทศกำลังพัฒนา
อัตราดอกเบี้ยก็สูงกว่าประเทศอื่นส่วนใหญ่ในเอเซีย
ความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานมีน้อย
เมื่อเทียบกับประเทศอื่น
มาตรการการลงทุนและภาษีโน้มเอียงในทางลบต่ออุตสาหกรรมส่งออก
ปัจจัยเหล่านี้สร้างปัญหาที่สะสมและ
ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นทำให้การส่งออกในปี
2539
ของไทยชะลอตัวมากกว่าประเทศในเอเซียตะวันออกที่ประสบปัญหาด้านสภาวะ
แวดล้อมของเศรษฐกิจระหว่างประเทศเช่นเดียวกับไทย
ในการจะแก้ไขปัญหาการส่งออกนั้
ในะระยปัจจุบันที่อยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจมีปัญหาหลายประการโดยเฉพาะความอ่อนแอของสถาบัน
การเงิน
ทำให้ไม่สามารถปล่อยสินเชื่อตามปกติ
ส่งผลต่อสภาพคล่องในระบะบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
นอกจากนี้นักลงทุนต่างประเทศ
ยังขาดความเชื่อมั่นในความมั่นคงทางเศรษฐกิจทำให้มีการเคลื่อนย้ายทุนออกนอกประเทศ
อีกทั้งเศรษฐกิจในเอเซียอยู่ในภาวะ
ที่ไม่มีเสถียรภาพและมีการขยายตัวต่ำ
ดังนั้นการจะแก้ไขปัญหาส่งออกจะต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมเป็นสิ่งสำคัญ
โดยต้องแก้ปัญหาสถาบันการเงินให้ระบบเข้าสู่ดุลยภาพใหม่โดยเร็วและเกิดสภาพคล่องแก่ผู้ส่งออก
รัฐบาลต้องเพิ่มประสิทธิภาพ
การบริการของรัฐบาลโดยเฉพาะด้านการคืนภาษีเพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นของผู้ส่งออก
และมีการใช้พันธมิตรทางการค้าระหว่างประเทศ
แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิด
เพื่อวางนโยบายที่เหมาะสมในภูมิภาค
ภายใต้ความตกลงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
พยายามกระตุ้น
ให้ประเทศอุตสาหกรรมดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์กับภูมิภาคเอเซีย
สำหรับยุทธสาสตร์ระยะกลางและระยะยาว
จากหลักฐานว่าเราสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
จึงต้องมีมาตรการระดับโครงสร้างคือ
(ก) ปรับโครงสร้างการผลิต
ทั้งการยกระดับอุตสาหกรรมที่มีอยู่และการปรับเปลี่ยนการผลิตโดยพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีทั้งด้าน
การผลิตและการจัดการ
โดยการใช้แรงจูงใจทางการเงิน
การพัฒนาผู้ประกอบการและแรงงาน
การพัฒนาสร้างความเชื่อมโยง
ของอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
(ข)
สนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ
(ค) พัฒนาด้านการตลาด
โดยเฉพาะการสร้างเครื่องหมาย
การค้าของผลิตภัณฑ์ให้ยอมรับในภูมิภาค
(ง)
สร้างความเข้มแข็งในการเจรจาการค้า
เพื่อลดอุปสรรคทางการส่งออก (จ)
ปรับบาทและ
องค์กรรัฐ
เปลี่ยนจากการควบคุมเป็นกำกับดูแลให้การแข่งขันเป็นธรรม
ให้เอกชนมีบทบาทในบริการของรัฐมากขึ้นรวมทั้งเร่งการปรับ
โครงสร้างภาษีเพื่อสนับสนุนการส่งออก
ธันวาคม 2541