Publication Code: A91


การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน


โดย ณัฏฐพงศ์ ทองภักดี, ดวงฤดี ศิริเสถียร และ จิรัตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

สารบัญ

รายงานในส่วนนี้จัดทำเพื่อเป็นเอกสารประกอบการอบรมเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ให้เข้าใจผลกระทบของนโยบาย  และมาตรการ ของรัฐที่มีต่อการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศตลอดจนวิธีการวัดความสามารถในการแข่งขัน  โดยวิธีการศึกษา ของรายงานนี้เป็นการทบทวนเอกสารทางวิชาการเป็นพื้นฐาน

ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของความสามารถในการแข่งขันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ปัจจัยที่มี
โดยธรรมชาติ เช่น ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และจำนวนแรงงาน และปัจจัยที่ถูกกำหนดจากมาตรการรัฐ หรือเอกชน
เช่น มาตรการที่มีผลต่อต้นทุน และประสิทธิภาพการผลิต อัตราแลกเปลี่ยน  และปัจจัยที่เสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อ การแข่งขันของผู้ผลิต เป็นต้น

ทั้งนี้ มาตรการของรัฐสามารถเข้ามามีบทบาทในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันโดยตรงโดยเฉพาะกับปัจจัยประเภทที่สองนี้ โดยมาตรการต่างๆ ของรัฐสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระดับ นั่นคือนโยบายระดับประเทศ และนโยบายระดับอุตสาหกรรมที่มี วัตถุประสงค์ในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันเฉพาะภาคอุตสาหกรรม

นโยบายระดับประเทศประกอบด้วยนโยบายมหภาค นโยบายด้านการศึกษาอบรม มาตรการในการสร้างภาพพจน์ที่ดีของสินค้าส่งออก นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ นโยบายพัฒนาความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  การส่งเสริมให้เกิด ความร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐรวมถึงระหว่างหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะระหว่างกระทรวงต่างๆ  และมาตรการดูแล การค้าให้เป็นธรรม

นโยบายมหภาคที่สำคัญ ได้แก่ นโยบายการเงินที่กำหนดระดับอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเอื้ออำนวยต่อการลงทุน
จากภายใน และต่างประเทศ  นโยบายการคลังที่มีวัตถุประสงค์ในการกำหนดทิศทางการใช้จ่ายของรัฐบาล ในกิจกรรมที่ไม่ได้รับ การลงทุนจากภาคเอกชน และการกำหนดมาตรการทางภาษีที่เอื้ออำนวยต่อผู้ผลิตภายในประเทศ และผู้ส่งออก  และนโยบายอัตรา
แลกเปลี่ยนที่มีวัตถุประสงค์ในการรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง

นอกจากนั้น   นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ที่เอื้ออำนวยต่อการแข่งขัน เช่นเดียวกันกับนโยบายด้านการศึกษาอบรม และนโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เป็นปัจจัย
สำคัญในการพัฒนาประเทศตามแนวความคิดของ Endogenous growth theory   โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะสูญเสีย  ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบในต้นทุนค่าจ้างแรงงาน และปริมาณทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลงอย่างมาก

นโยบายระดับภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญประกอบด้วย นโยบายที่เกี่ยวกับวัตถุดิบที่มีวัตถุประสงค์ที่จะควบคุมไม่ให้ราคาวัตถุดิบ หรือต้นทุนของผู้ผลิตเพิ่มสูงขึ้นมากเกินไป นโยบายเกี่ยวกับแรงงานที่มุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของค่าจ้าง
แรงงานขึ้นต่ำ  และการขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือ และนโยบายการพัฒนาปรับปรุงมาตรฐานการผลิต  

ถึงแม้ว่านโยบายระดับอุตสาหกรรมมุ่งที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรม  แต่คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้น
อาจเกิดในภาคอื่นๆ เช่นเดียวกัน เช่น การควบคุมราคาสินค้าเกษตรย่อมส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร  เพราะฉะนั้นการกำหนดนโยบาย ที่มุ่งที่จะพัฒนาภาคอุตสาหกรรมนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้ บทบาทที่สำคัญของกระทรวงพาณิชย์จะเป็นในเรื่องของการเจรจาการค้าและการลงทุน การส่งเสริมการส่งออก  และการพัฒนา ทักษะผู้ประกอบการโดยการให้การอบรมด้านการค้าและธุรกิจระหว่างประเทศแก่ผู้ส่งออก

รายงานฉบับนี้ยังแสดงถึงวิธีการวัดความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบด้วยดัชนีต่างๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ ดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบที่ปรากฏ (Revealed Comparative Advantage: RCA) แบบจำลองส่วนแบ่งตลาดคงที่ (Constant
Market Share Model: CMS) อัตราการคุ้มครองที่แท้จริง (Effective Rate of Protection: ERP) และต้นทุนการใช้ทรัพยากรในประเทศ
(Domestic Resource Cost: DRC) รวมถึงตัวอย่างงานศึกษาที่ผ่านมาของแต่ละกรณีด้วย

กรณีศึกษาอุตสาหกรรมอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แสดงไว้ในส่วนสุดท้าย  เพื่อแสดงวิธีการศึกษา ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม การศึกษาเน้นในเรื่องของลักษณะโครงสร้างอุตสาหกรรม  การประยุกต์ใช้สมการเศรษฐมิติ ในการวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อ  และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของรัฐในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ในการส่งออกของอุตสาหกรรมทั้งสอง
 
 
 

มีนาคม  2542