Publication Code: A83
"การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์"
(Electronic Commerce หรือ EC) หมายถึง
การดำเนินการทางพาณิชย์ใดๆ
ที่กระทำบนเครือข่ายของ
สื่ออิเล็กทรอนิกส์
โดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
โดยการดำเนินการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ
หรือธุรกิจกับ
ผู้บริโภคก็ได้
เช่น
ในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้บริโภค
ซึ่งเราอาจเรียกว่า
"การค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์"
นั้น
การดำเนินการทางพาณิชย์อาจได้แก่
การโฆษณา การสั่งซื้อสินค้า
การชำระเงิน
การจัดส่งสินค้าและบริการหลังการขาย
เป็นต้น
ในขณะที่การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะการค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ได้ก่อให้เกิดโอกาสในการประกอบธุรกิจในขอบเขต
อย่างกว้างขวางทั่วโลกนั้น
มันได้ก่อให้เกิดปัญหาใหม่ๆ
ในการคุ้มครองผู้บริโภค
การจัดเก็บภาษีอากร
การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
และการป้องสารสนเทศที่ก่อปัญหา
ซึ่งทำให้เกิดความจำเป็น
ในการที่ภาครัฐ
รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายการพาณิชย์ในปัจจุบันให้รองรับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย
ในรายงานฉบับนี้
ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวข้างต้นสรุปความเคลื่อนไหวทางนโยบาย
ด้านการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศ
และความเคลื่อนไหวในเวทีการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
และสรุปว่าในช่วง
อนาคตอันใกล้นี้
ประเด็นปัญหาที่สำคัญที่สุดที่ประเทศไทยจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจนคือ
การกำหนดท่าทีต่อข้อเรียกร้องของ
สหรัฐอเมริกาที่ต้องการให้อินเทอร์เน็ตเป็นเขตปลอดภาษีศุลกากรในการค้า
"สินค้าสารสนเทศ"
ซึ่งหมายถึงสินค้าที่สามารถ
จัดส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
และไม่ให้ประเทศต่างๆ
เก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมจากสินค้าที่สั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต
แต่จัดส่งทาง
ช่องทางปรกติ
ผู้วิจัยวิเคราะห์ว่า
ข้อเสนอดังกล่าวของสหรัฐจะมีผลให้เกิด
"การเบี่ยงเบนช่องทางการค้า"
ในการค้าสินค้าประเภทสารสนเทศ
จากการค้าตามเส้นทางปรกติมาสู่การค้าผ่านอินเทอร์เน็ต
สินค้าสารสนเทศที่มีโอกาสจะเกิดการเบี่ยงเบนช่องทางการค้าได้ง่าย
ได้แก่
สินค้าที่ถูกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราที่สูง
เช่น ภาพยนตร์ เทปเพลงและซีดี
เป็นต้น นอกจากนี้
การยอมรับข้อเสนอดังกล่าว
จะมีผลในการเปิดเสรีในการค้าบริการโดยอัตโนมัติ
โดยเฉพาะบริการโทรคมนาคม
การเงิน การประกันภัย
และบริการวิชาชีพ
(professional service)
บางส่วนที่สามารถทำได้ผ่านเครือรอข่ายอินเทอร์เน็ต
ข้อเสนอดังกล่าวยังจะมีผลต่อการเปลี่ยนช่องทาง
การให้บริการ (mode of
supply) ต่างๆ เช่น
ทำให้เกิดการให้บริการแบบข้ามพรมแดนมากขึ้น
ในขณะที่ลดความจำเป็นในการตั้ง
สำนักงานสาขาในต่างประเทศลง
ต่อประเด็นนี้ ผู้วิจัยเสนอให้รัฐบาลไทยยอมรับข้อเสนอดังกล่าวของสหรัฐ ด้วยเหตุผลที่สำคัญ 2 ประการคือ หนึ่ง การค้าเสรีผ่าน เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในทางปฏิบัติ โดยกฎระเบียบต่างๆ ไม่สามารถขัดขวางได้เลย และสอง ข้อเสนอดังกล่าว เป็นข้อเสนอที่สมเหตุสมผล และสอดคล้องกับหลักการค้าเสรี ซึ่งจะให้ประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เข้าร่วมรวมทั้งประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม
ผลเสียประการหนึ่งที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดเสรีดังกล่าวก็คือ
ประเทศไทยจะขาดดุลทางการค้าเพิ่มขึ้น
ประเด็นที่ควร
พิจารณาควบคู่กับการเปิดเสรีจึงได้แก่
การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการของไทยมีความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ
ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
และขจัดอุปสรรคต่างๆ
ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
โดยผู้วิจัยเสนอให้รัฐบาลไทยเร่งส่งเสริม
ให้เกิดการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งในด้านองค์กร
เช่น การจัดตั้งองค์กรรับรอง
(Certification
Authority)
และในด้านกฎระเบียบต่างๆ
เช่นการออกกฎหมายการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
และกฎหมายการขายตรง เป็นต้น
ในขณะเดียวกัน
รัฐบาลยังควรเร่งยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยด้วยการขจัดการผูกขาดในตลาดต่างๆ
โดยเฉพาะการให้บริการสายเช่าระหว่างประเทศ
และบริการรับส่งพัสดุ
ในขณะเดียวกัน
กระทรวงพาณิชย์ควรเตรียมความพร้อม
ด้วยการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ
ให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
และจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาปัญหาต่างๆ
พฤศจิกายน 2541