Publication Code: A78
โดย สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์
สารบัญ
ในอนาคตประเทศไทยจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากประเทศพัฒนาแล้วให้คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวดและครอบคลุม
มากขึ้นใน 4 ด้านคือ
หนึ่ง
การขยายขอบเขตของทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับการคุ้มครอง
เช่น
การคุ้มครองข้อมูลในฐานข้อมูล
การคุ้มครองชื่อ
โดเมน
หรือการคุ้มครองการออกแบบแฟชั่น
เป็นต้น สอง
การเพิ่มสิทธิผูกขาดในทรัพย์สินทางปัญญาเช่น
การเพิ่มสิทธิในการห้ามนำเข้าซ้อน
(parallel import)
ต่อสินค้าที่มีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า
สาม
การเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย
เช่น การเพิ่มโทษทางอาญา และสี่
การกดดันให้เข้าสู่ระบบทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลักษณะ
"โลกาภิวัตน์" มากขึ้นเช่น
การรับรองเครื่องหมายการค้าในระดับภูมิภาค
เป็นต้น
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจและประชาชนไทยยังเผชิญกับการถูกละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย ทั้งการละเมิดโดยคนไทยด้วยกันเอง ดังที่พบในอุตสาหกรรมซอฟแวร์และอุตสาหกรรมเพลงและการถูกละเมิดเครื่องหมายการค้าโดยผู้ประกอบการต่างชาติ การถูกใช้ทรัพย์สิน ทางปัญญาที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านโดยไม่ได้ผลตอบแทน และการเสียเปรียบในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีเงื่อนไขไม่เป็นธรรม
เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว
ผู้วิจัยเสนอให้รัฐบาลไทยเปลี่ยนท่าทีจากการมุ่งเป็นสมาชิกที่ดีในประชาคมโลกมาสู่การเป็นสมาชิกที่ดี
ของประชาคมโลกควบคู่ไปกับการเป็นผู้ใช้และผู้สร้างทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง
โดยการผลักดันให้การสร้างทรัพย์สินทาง
ปัญญาเป็นแนวนโยบายระดับชาติ
การจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมการสร้างข้อเสนอดังกล่าว
การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็น
ภูมิปัญญาชาวบ้าน
การเน้นกิจกรรมเผยแพร่ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาโดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนโดยเฉพาะกลุ่มภาคเอกชนที่มี
กิจกรรมวิจัยและพัฒนา
กลุ่มผู้ประกอบการที่รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
และกลุ่มผู้ส่งออก เป็นต้น
การยกระดับ
กำลังคนของกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือโอนถ่ายภารกิจบางอย่างให้หน่วยงานภายนอกดำเนินการแทน
การเร่งปราบปราม
การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในต่างประเทศ
โดยการจัดทำรายชื่อร่วม (common list)
ของเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียง
แพร่หลาย (well-known mark)
และการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศเพื่อนบ้านในการปรับปรุงระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
ตลอดจนการส่งเสริมให้มีการวิจัยเชิงนโยบายในด้านทรัพย์สินทางปัญญา
พฤศจิกายน 2541