Publication Code: A65
แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการของกระทรวงอุตสาหกรรมในระยะแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8
ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก โดยมิได้มีนโยบายอุตสาหกรรมที่ชัดเจนเฉกเช่นประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน นโยบายที่สำคัญที่สุดของไทย คือ นโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่พยายามรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ โดยการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังที่เคร่งครัดแบบอนุรักษ์นิยม นอกจากนั้น รัฐบาลยังทุ่มเทการลงทุนด้านการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาระดับประถมศึกษาจนพลเมืองกว่าร้อยละ 97 มีการศึกษาภาคบังคับ ตลอดจนนโยบายการลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการลงทุนของผู้ประกอบการ ส่วนนโยบายที่มีผลต่อการสนับสนุนการส่งออกมากที่สุด ได้แก่ มาตรการคืนภาษีศุลกากรแก่ผู้ส่งออก และมาตรการยกเว้นภาษีขาเข้าให้นักลงทุน เพราะไทยมีภาษีขาเข้าสูงมาก รวมทั้งการลดค่าเงินบาทในปี 2524 และ 2525
แต่ในปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมของไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤติ ขณะที่ต้นทุนการผลิตในประเทศสูงขึ้น คู่แข่งรายใหม่กลับมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทยค่อนข้างมาก ภาวะดังกล่าวทำให้สินค้าส่งออกของไทยที่เคยมีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ กับเริ่มมีความได้เปรียบลดลง หรือในบางกรณีกลายเป็นสินค้าที่สูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขัน
การเปลี่ยนแปลงของความได้เปรียบในการแข่งขันทำให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มปรับตัว ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา สินค้าอุตสาหกรรมส่งออกที่เป็นสินค้าใช้ความรู้และเทคโนโลยีเริ่มมีมูลค่าสูงกว่าสินค้าอุตสาหกรรมส่งออกที่ใช้แรงงานหนาแน่น
อย่างไรก็ตาม ปรากฏหลักฐานว่าสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีปานกลางและสูงนั้น ยังมีลักษณะการผลิตแบบประกอบที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยความรู้สูง หรือเป็นสินค้าที่ผลิตโดยนักลงทุนชาวต่างประเทศ ผู้ประกอบการชาวไทยยังขาดขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยี แรงงานในภาคอุตสาหกรรมกว่าร้อยละ 70 มีการศึกษาไม่เกินระดับประถมศึกษา สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมของไทยยังมีข้อจำกัดในการพัฒนาศักยภาพทางเทคโนโลยี ยิ่งกว่านั้นในปี 2539 อัตราการเติบโตของมูลค่าส่งออกชะลอตัวเหลือเพียงร้อยละ 2.8 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา การชะลอตัวของการส่งออกส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ไทยเริ่มสูญเสียตลาดสินค้าที่ใช้แรงงานหนาแน่นให้คู่แข่ง หากไม่มีการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมอย่างเร่งด่วนและจริงจัง ประเทศไทยอาจประสบปัญหาเศรษฐกิจชะงักงันในเวลาไม่นาน
ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ได้แก่ ปัญหามลภาวะและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมจำนวนมากเริ่มก่อให้เกิดปัญหามลภาวะต่อสังคม การย้ายฐานอุตสาหกรรมบางประเภทออกสู่ต่างจังหวัด ก็เสมือนการย้ายอุตสาหกรรมสกปรกไปสู่ชนบท ปัญหานี้หากไม่มีแผนป้องกันและแก้ไขก็จะลุกลาม จนกลายเป็นวิกฤตการณ์ในไม่ช้า
กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตระหนักถึงปัญหาสำคัญดังกล่าว จึงได้ว่าจ้างให้สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยในประเทศ ศึกษาแผนแม่บทของการพัฒนาอุตสาหกรรม และแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต การศึกษาได้เสร็จสิ้นไปแล้ว กระทรวงฯ จึงต้องการนำแผนแม่บทดังกล่าวมาแปลงเป็นแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการของกระทรวงอุตสาหกรรม
การจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการของกระทรวงอุตสาหกรรม จะช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของแผนปฏิบัติการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหารจะสามารถบอกได้ว่าแผนปฏิบัติการเดิมมีจุดอ่อนอย่างไร การจะปฏิบัติงานให้ได้ผลตามวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์และมาตรการต่าง ๆ อย่างไร นอกจากนั้น แผนกลยุทธ์นี้ยังจะเป็นประโยชน์ต่อการวางกรอบการกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่าย ซึ่งจะช่วยให้มีการใช้ทรัพยากรจากเงินภาษีประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
พฤษภาคม 2540