Publication Code: A58


ลู่ทางและโอกาสการส่งออกและผลกระทบจากการมีเขตการค้าเสรีอาเซียน (สำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ)


โดย ศุภัช ศุภัชลาศัย และ ศุภมาศ พยัคฆพันธ์

สารบัญ

ในปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญประเทศหนึ่งในโลก   โดยพัฒนาจากการเป็นศูนย์กลางการค้าพลอย การเจียระไนพลอย การเจียระไนเพชร และมาเป็นผู้ผลิตและส่งออกเครื่องประดับเพชรพลอย   อุตสาหกรรมนี้แบ่งออกเป็น 3 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมเจียระไนพลอย อุตสาหกรรมเจียระไนเพชร และอุตสาหกรรมเครื่องประดับพลอย

อุตสาหกรรมเจียระไนพลอยเกิดจากการที่ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าพลอย   เนื่องจากเป็นแหล่งพลอยสีที่สำคัญ 1 ใน 5 แห่งของโลก   และอาศัยความได้เปรียบจากฝีมือการเจียระไนที่ประณีต และไทยยังมีการหุงหรือเผาพลอยซึ่งทำให้พลอยมีคุณค่ามากขึ้น   ซึ่งการหุงหรือเผาพลอยนี้มีในไทยเพียงประเทศเดียวในโลก   อุตสาหกรรมเจียระไนพลอยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่มีอยู่จำนวนมาก   โดยใช้เครื่องมือเจียระไนที่ไม่ซับซ้อนและมีราคาถูก   การลงทุนลักษณะโรงงานที่มีการลงทุนสูงจึงมีน้อยมาก   การส่งออกส่วนใหญ่ของอุตสาหกรรมจะผ่าน Exporting Firms และ Trading Films และมีบางบริษัทเท่านั้นที่เป็นทั้งผู้ผลิตและส่งออก

อุตสาหกรรมเจียระไนเพชรในไทยเกิดจากการย้ายฐานการผลิต จากประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการเจียระไนเพชรมาเป็นเวลานาน เช่น เบลเยี่ยม อิสราเอล และอังกฤษ เนื่องจากความต้องการความได้เปรียบในด้านค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าในการเจียระไนเพชรขนาดเล็กกว่าในประเทศตน   ไทยมีฝีมือการเจียระไนเพชรที่พัฒนามาจากการเจียระไนพลอย   ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเจียระไนเพชรมีเพียงไม่กี่ราย (เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเจียระไนพลอย) และส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ   ที่มีลักษณะเป็นโรงงานที่มีการลงทุนสูง   เนื่องจากเครื่องมือในการเจียระไนทันสมัย ซับซ้อนและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ   ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมนี้จึงต้องมีฐานการเงินที่ดี และต้องมีชื่อเสียง และประสบการณ์ในวงการค้าพลอยมาก่อน เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญในการได้รับคัดเลือกซื้อเพชรจาก De Beer

อุตสาหกรรมเครื่องประดับเพชรพลอยนั้น   ผู้ผลิตเพื่อส่งออกส่วนหนึ่งพัฒนาจากผู้ผลิตเพื่อขายในประเทศ หรือพัฒนามาจาก Gems Exporter หรือ Local Traders และผู้ผลิตอีกส่วนหนึ่งเป็นผู้ผลิตที่ร่วมทุนกับต่างชาติ   นอกจากนี้ยังมี Exporter ที่อาศัยการผลิตจาก Subcontractors โดย Exporters ประเภทนี้อาศัยประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้มาก่อน และต้องมีฐานการเงินที่ดี

การส่งออกอัญมณีของไทยนั้น มีแนวโน้มส่งออกเพชรเจียระไนมากขึ้น   ในขณะที่ส่งออกพลอยเจียระไนลดลง พลอยที่ส่งออกส่วนใหญ่เป็นทับทิมและไพลิน ตลาดส่งออกพลอยที่สำคัญคือ สหรัฐอเมริกา ประชาคมยุโรป ญี่ปุ่น และฮ่องกง   ตลาดส่งออกเพชรเจียระไนที่สำคัญ คือ เบลเยี่ยม ญี่ปุ่น ฮ่องกง อิสราเอล และ สหรัฐเอมริกา   ส่วนการส่งออกเครื่องประดับเพชรพลอยมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่การนำเข้าเครื่องประดับพลอยมีสัดส่วนนไม่ถึงร้อยละ 10 ของมูลค่าการส่งออก โดยส่วนใหญ่นำเข้าจาก สหรัฐอเมริกา อิตาลี ฝรั่งเศส และฮ่องกง

สำหรับตลาดอาเซียนนั้น ไทยมีแนวโน้มส่งออกพลอยลดลง และส่งออกเพชรเจียระไนมากขึ้น   มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยไปอาเซียนยังมีสัดส่วนที่น้อยมาก (ไม่ถึงร้อยละ 10) ต่อมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย   โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นการส่งออกไปยังสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามตลาดที่น่าสนใจนอกจากสิงคโปร์ คือ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เนื่องจากมีการขยายตัวในการส่งออกสูง

ไทยมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากที่สุดในอาเซียน   ทั้งในอุตสาหกรรมเจียระไนพลอย อุตสาหกรรมเจียระไนเพชร และอุตสาหกรรมเครื่องประดับเพชรพลอย ในอุตสาหกรรมเจียระไนพลอยไทยมีความได้เปรียบในด้านวัตถุดิบ   (เนื่องจากเป็นแหล่งพลอยสีและศูนย์การค้าพลอย) และไทยมีฝีมือเจียระไนที่ละเอียดปราณีต ประกอบกับมีเทคนิคการหุงพลอยที่มีประเทศเดียวในโลก   ส่วนอุตสาหกรรมเจียระไนพลอยนั้น   ไทยมีความได้เปรียบในด้านฝีมือเจียระไน (ซึ่งพัฒนามาจากการเจียระไนพลอย) และสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องประดับเพชรพลอย ผู้ผลิตไทยมีความได้เปรียบทั้งในด้านวัตถุดิบ ฝีมือการเจียระไนพลอยและเพชร การทำตัวเรือน   และความชำนาญในตลาดส่งออก

สำหรับผลกระทบของ AFTA ที่มีอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับนั้น ไทยมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากที่สุดในอาเซียน จึงคาดว่าการเปิดตลาดจะทำให้ไทยสามารถขยายการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเครื่องประดับเพชรพลอยที่มีอัตราการคุ้มครองทางด้านภาษีนำเข้าในระดับสูง   ส่วนอุตสาหกรรมอัญมณี (อุตสาหกรรมเจียระไนพลอยและเพชร) นั้นการขยายตัวในด้านการส่งออกคงมีไม่มากนัก   เนื่องจากประเทศในกลุ่มอาเซียนมีอัตราการคุ้มครองทางด้านภาษีนำเข้าในระดับสูง   ส่วนอุตสาหกรรมอัญมณี (อุตสาหกรรมเจียระไนพลอยและเพชร) นั้น การขยายตัวในการส่งออกคงมีไม่มากนัก   เนื่องจากประเทศในกลุ่มอาเซียนมีอัตราการคุ้มครองทางด้านภาษีนำเข้าไม่สูงหรือมีการค้าค่อนข้างเสรีอยู่แล้ว   อย่างไรก็ตาม การได้รับประโยชน์จากการขยายการส่งออกของไทยจากผลของ AFTA นี้ ขึ้นอยู่กับ Local Content Requirement ด้วย   หากมีการตั้ง Local Content Requirement สูงเกินไป   การส่งออกอัญมณีคงจะเป็นไปได้ยาก   และการรวมกลุ่มการค้าเสรีอาเซียนคงจะไม่ก่อให้เกิดการค้า (Trade Creation) ขึ้นในสินค้าชนิดนี้