Publication Code: A40


การประเมินราคาทางศุลกากร การตรวจสอบสินค้าก่อนส่งออกและอุปสรรคทางด้านเทคนิค : อุปสรรคแฝงทางการค้า


โดย อิศรา ศานติศาสน์

สารบัญ

การเปลี่ยนแปลงการประเมินราคาทางศุลกากร (Customs Valuation, CV) มีผลกระทบที่สำคัญในเชิงการคุ้มกันทางการค้าหลายๆ ประการ คล้ายคลึงกับมาตรการทางภาษีศุลกากร การตรวจสอบสินค้าก่อนส่งออก (Pre-Shipment Inspection, PSI) มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ราคาซื้อขายมีความเป็นธรรมมากขึ้น และอุปสรรคทางด้านเทคนิค (Technical Barriers to Trade, TBT) เกิดจากการกำหนดมาตรฐานสินค้าที่อาจจะแปรเป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศ

ระบบการประเมินราคาทางศุลกากรของประเทศไทยในปัจจุบันวางรากฐานอยู่บนการเลือกใช้ราคาสูงสุดจากหลายๆ ราคา ซึ่งเทียบได้กับการเพิ่มอัตราภาษีศุลกากร   จึงมีบทบาทในเชิงการเพิ่มระดับการคุ้มกันอุตสาหกรรมภายในประเทศ เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการผลิตเพื่อการทดแทนการนำเข้าและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ประกอบการกลุ่มต่างๆ ซึ่งส่งผลในเชิงประสิทธิภาพ
สร้างช่องโหว่ในการปฏิบัติงานและทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการอุทธรณ์ราคา   ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนในการนำเข้าสินค้าและส่งผลกระทบ ต่อข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนรายได้ของรัฐจากภาษีนำเข้า ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบการประเมินราคา
ของแกตต์ซึ่งให้มีการประเมินราคาศุลกากรจากราคาซื้อขาย จึงน่าจะลดความรุนแรงของผลกระทบดังกล่าวลง อย่างไรก็ตาม
การนำราคาซื้อขายมาใช้ในการประเมินราคาก็ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขจำนวนหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น รายละเอียดหลายๆ
ประการที่มีอยู่ในวิธีการประเมินราคาทางศุลกากรของแกตต์ก็เป็นประเด็นที่มีผลกระทบที่น่าสนใจ

การตรวจสอบสินค้าก่อนส่งออก แม้จะไม่ใช่ประเด็นปัญหาของประเทศไทย   แต่ก็เป็นประเด็นที่สำคัญสำหรับประเทศด้อยพัฒนาหลายๆ
ประเทศที่ต้องการความมั่นใจว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาจากประเทศที่พัฒนาแล้วมีคุณภาพที่ได้ตกลงไว้และมีราคาซึ่งสามารถตรวจสอบได้
ยิ่งไปกว่านี้   ประเทศเหล่านั้นยังต้องการใช้การตรวจสอบสินค้าก่อนส่งออกเป็นเครื่องมือในการควบคุมการใช้จ่ายเงินตราต่างประเทศ
การไหลออกของเงินทุนที่มีอยู่จำกัด และระดับราคาสินค้านำเข้า ซึ่งได้รับการโต้แย้งจากประเทศที่พัฒนาแล้วว่าการตรวจสอบ
สินค้าก่อนส่งออกจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเสรีภาพในการประกอบธุรกิจและกระทบกระเทือนต่อกลไกราคา อย่างไรก็ตาม แม้แกตต์จะมีข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องนี้   แต่ก็มีประเด็นที่ชี้ให้เห็นว่าความหวังของประเทศด้อยพัฒนาที่จะใช้การตรวจสอบสินค้า
ก่อนส่งออกเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบและควบคุมราคาสินค้านำเข้าไม่เป็นผลดังที่ได้คาดหวังไว้

ข้อตกลงเกี่ยวกับอุปสรรคทางด้านเทคนิคมิได้ห้ามการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคขึ้นมา   แต่สนับสนุนการสร้างมาตรฐานที่เป็นสากลและเน้นการเผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานให้เป็นที่รู้ในระหว่างฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยให้ฝ่ายต่างๆ ได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับมาตรฐานดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้ประเทศ ผู้กำหนดมาตรฐานยินยอมให้มีช่วงระยะเวลาหนึ่งสำหรับประเทศอื่นในการปรับตัวในการผลิตสินค้าให้ได้ตามมาตรฐาน โดยทั่วไปแล้ว
ข้อตกลงนี้จะช่วยให้ผลเสียของการกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคและกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานที่มีต่อการค้าระหว่างประเทศลดน้อยลง
บทสรุปนี้ได้รับการยืนยันด้วยข้อมูลความคิดเห็นของผู้ประกอบการส่งออกสินค้าของไทยบางประเภท  

 

ตุลาคม 2539