Publication Code: A38


ผลกระทบข้อตกลงของ GATT รอบอุรุกวัยต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอไทย


โดย ศุภัช ศุภชลาศัย

สารบัญ

สิ่งทอเป็นสินค้าที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านมูลค่าเพิ่มแก่ระบบเศรษฐกิจ มูลค่าการส่งออกและการจ้างงาน ซึ่งปัจจุบันเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่สุดของประเทศ   การค้าสิ่งทอในตลาดโลกประสบกับภาวะที่มีการกีดกันมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน
นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา สิ่งทอถึงแม้ว่าจะเป็นสินค้าอุตสาหกรรม   แต่ไม่ได้อยู่ภายใต้ GATT (General Agreement on Tariff and Trade) กลับอยู่ภายใต้ข้อตกลงที่เรียกว่า MFA (Multi-Fibre Arrangement) ซึ่งเป็นการกีดกันการนำเข้าสิ่งทอของประเทศผู้ส่งออก ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นประเทศกำลังพัฒนา โดยประเทศพัฒนาแล้ว และใช้ระบบโควต้าแบบสมัครใจ หรือ Voluntary Export Restrains (VERs)

ถึงแม้ว่า MFA ซึ่งเป็นมาตรการกีดกันทางการค้า แต่ก็ได้รับความเห็นชอบจาก GATT โดยประเทศนำเข้าซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ใช้ข้อยกเว้นในมาตรา 19 ซึ่งว่าด้วยการนำเข้าที่ไปทำลายการผลิตภายในประเทศผู้นำเข้า (Market Disruption) นอกจากนี้การจำกัดปริมาณการนำเข้าโดยความสมัครใจของประเทศผู้ส่งออก หรือ VERs ที่จะจำกัดตัวเองก็ใช้เป็นข้อหลีกเลี่ยงได้ตามมาตรา 4 ซึ่งห้ามการตั้งอุปสรรคทางการค้าขึ้น ดังนั้น MFA จึงได้พัฒนามาเรื่อย ๆ จาก MFA I จึงถึง MFA IV แต่ในการเจรจา GATT รอบอุรุกวัย
ได้มีความคิดริเริ่มที่จะนำสิ่งทอกลับเข้ามาอยู่ภายใต้กรอบของ GATT ใหม่   และผลการเจรจารอบอุรุกวัยรอบสุดท้ายในเดือนธันวาคม 2536
ตกลงที่จะนำสิ่งทอกลับเข้าอยู่ภายใต้กรอบของ GATT ใหม่ โดยมีกระบวนการที่จะทำให้การค้าสิ่งทอในตลาดโลกได้ปรับตัว กลับมาเป็นการค้าเสรีอีกในระยะอีก 10 ปีข้างหน้า

งานวิจัยฉบับนี้จะวิเคราะห์ถึงผลกระทบของผลการเจรจา GATT รอบอุรุกวัยที่มีต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอไทย และจะเน้นผลกระทบ
สินค้าที่เป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปมากกว่าสิ่งทอชนิดอื่น ๆ โดยจะเริ่มจากการนำเสนอภาพรวมเกี่ยวกับอุตสากรรมสิ่งทอ   จากนั้นจะกล่าวถึงวิวัฒนาการของการกีดกันการค้าสิ่งทอและผลกระทบที่มีต่อประเทศผู้ส่งออกรวมทั้งประเทศไทย   ข้อตกลงใน GATT รอบอุรุกวัยในส่วนของการค้าสิ่งทอและผลกระทบที่คาดจะเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมไทย

 

ตุลาคม 2539