Publication Code: A110
การปรับปรุงและพัฒนากฎหมายภายในของประเทศอาเซียนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
และรองรับการเปิดเสรีทางการค้าและเศรษฐกิจของอาเซียน:
ภาคการค้าบริการและภาคการลงทุน
ในสภาวการณ์ปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่า ภาคบริการ (Service Sector) ได้ทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้นทุกขณะ ข้อเท็จจริงดังกล่าวก็สะท้อนถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียนเช่นกัน อย่างไรก็ดี แม้ประเทศสมาชิกอาเซียนจะตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคบริการ แต่ประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน ยกเว้นประเทศสิงคโปร์ ยังคงได้รับการคุ้มครองจากภาครัฐ โดยเฉพาะในสาขาบริการสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ประปา ไฟฟ้า การขนส่ง และโทรคมนาคม ซึ่งรัฐบาลยังคงมีบทบาทสำคัญในการให้บริการ สำหรับสาขาธุรกิจการเงินและท่องเที่ยว ซึ่งมีภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ แต่การแข่งขันจากผู้ประกอบการต่างชาติยังคงถูกจำกัด
การเจรจาเพื่อเปิดเสรีการค้าภาคบริการใน WTO ยังมีข้อจำกัดในหลายประการ ประการแรก การเจรจาในภาคบริการยังคงครอบคลุมสาขาบริการเพียงไม่กี่ด้าน อาทิ การขนส่งทางทะเล การขนส่งทางอากาศ การเงิน และการโทรคมนาคม ประการที่สอง การเจรจายังคงมีการดำเนินการโดยอิสระจากสาขาอื่นๆ จึงทำให้รัฐสมาชิกไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้อผูกพันข้ามบริการได้ ทำให้การเปิดเสรีไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ประการที่สาม การเจรจามักเป็นการเจรจาหลายฝ่าย ทำให้รัฐสมาชิกสามารถที่จะเลือกเข้าร่วมข้อตกลงหรือไม่ก็ได้ ดังนั้นการเปิดตลาดจึงจำกัดอยู่แต่ในเฉพาะประเทศที่เข้าร่วมทำความตกลงเท่านั้น ประการสุดท้าย จากประสบการณ์การเจรจาภาคบริการที่ผ่านมาพบว่ามีความพยายามที่จะใช้หลักการต่างตอบแทนในการเจรจา โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอำนาจในการต่อรองสูง ซึ่งเป็นการขัดแย้งกับหลักการเปิดเสรีที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติของ WTO
อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อโต้แย้งว่าความแตกต่างของระดับการพัฒนาในหมู่รัฐสมาชิกของ WTO ทำให้ความพยายามที่จะเปิดเสรีไม่ประสบความสำเร็จ แต่การเจรจาการค้าบริการในกลุ่มประเทศอาเซียนภายใต้กรอบของ AFAS (Asean Framework Agreement in Services) เองกลับมีความก้าวหน้าน้อยกว่าข้อตกลงใน WTO เสียอีก โดยเฉพาะในสาขาบริการที่รัฐสมาชิกต้องการจะคุ้มครองผู้ประกอบการภายในประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจ เช่น สาขาโทรคมนาคม ในกรณีที่มีการเพิ่มข้อผูกพันใน AFAS ก็จะพบว่าข้อผูกพันเพิ่มเติมดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญต่อการค้าหรือการลงทุนเท่าใดนัก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการขาดความกระตือรือร้นและความจริงใจของรัฐบาลที่จะให้มีการเปิดเสรีภาคบริการภายในภูมิภาคนี้
จากการพิจารณาตารางข้อผูกพันของเหล่าประเทศสมาชิก จะเห็นได้ชัดว่าข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดเป็นเรื่องสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติในธุรกิจภายในประเทศ และการจ้างแรงงานต่างชาติ โดยประเทศส่วนใหญ่จะจำกัดสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติในธุรกิจภายในประเทศให้เป็นแค่ผู้ถือหุ้นรายย่อย ในกรณีของสาธารณูปโภค เช่น โทรคมนาคม และการขนส่งนั้น สัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่างชาติจะต่ำเป็นพิเศษ ประเทศอาเซียนส่วนใหญ่จะอนุญาตให้บริษัทภายในประเทศสามารถจ้างชาวต่างชาติเฉพาะที่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการ หรือมีความเชี่ยวชาญพิเศษได้เท่านั้น แต่จะถูกจำกัดระยะเวลาการทำงานและบางครั้งก็ไม่สามารถต่ออายุการทำงานต่อไปได้ แม้แต่ในธุรกิจที่ต้องใช้บุคลากรที่มีทักษะสูง เช่น กิจการโทรคมนาคม ก็ยังคงมีข้อจำกัดในการจ้างงานอยู่
อย่างไรก็ตาม การศึกษาในครั้งนี้ได้พบว่าข้อผูกพันในการเปิดสรีในสาขาบริการยังถูกจำกัดอย่างเข้มงวดจากกฎหมายภายในประเทศ ทั้งนี้ เพราะโดยทั่วไปแล้วการค้าบริการจะอยู่ภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบภายในประเทศหลายฉบับ เช่น กฎหมายการลงทุน กฎหมายการดำเนินธุรกิจของคนต่างด้าว และกฎหมายการเข้าเมือง ฯลฯ การที่จะให้ข้อผูกพันในการเปิดเสรีในสาขาบริการหนึ่งใดนั้น จำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่นอกเหนือกรอบอำนาจของผู้เจรจาข้อผูกพัน ดังนั้นข้อผูกพันในสาขาบริการจึงถูกจำกัดโดยสภาพแวดล้อมทางกฎหมายของประเทศนั้นว่าเอื้อต่อการเปิดเสรีมากน้อยเพียงใด
ด้วยเหตุนี้ ทางคณะผู้วิจัยเสนอว่าในการเปิดเสรีภาคบริการควรจะมีการเจรจาในระดับนโยบาย ซึ่งรัฐบาลต้องยึดมั่นในข้อผูกพันที่จะดำเนินนโยบายเปิดเสรีในสาขาที่ให้ข้อผูกพัน และทำการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะให้มีการเปิดเสรีได้
สภาพแวดล้อมของกฎหมายมีความสำคัญในการเอื้อให้เกิดการค้า การลงทุน และการรวมตัวทางธุรกิจในสาขาบริการภายในอาเซียน ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้าวต้นว่า การค้าและการลงทุนในภาคบริการอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและกฎระเบียบหลายฉบับ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจงในแต่ละประเทศ ความหลากหลายของสภาพแวดล้อมของกฎหมายจะขึ้นอยู่กับสภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม ASEAN Secretariat สามารถริเริ่มความร่วมมือในด้านกฎหมายระหว่างประเทศสมาชิกได้ดังต่อไปนี้
สร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวโยงกับการค้าและการลงทุนในสาขาบริการรที่มีความสมบูรณ์ ข้อมูลนี้ควรมีการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต
ส่งเสริมและให้ทุนวิจัย เรื่องกฎหมายและกฎระเบียบของอาเซียน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุนในสาขาบริการ
ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสในการบังคับใช้กฎหมายและกฎเกณฑ์การกำกับดูแลภายในประเทศ
จัดตั้งคณะทำงานที่จะประสานงานด้านการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุนในด้านบริการของประเทศสมาชิก เช่น กฎหมายการแข่งขัน กฎหมายส่งเสริมการลงทุน และกฎเกณฑ์การกำกับดูแลในรายสาขาบริการ วัตถุประสงค์ของคณะทำงานดังกล่าวคือ การร่วมมือกันในการพัฒนากฎหมายสำคัญๆ ดังกล่าวให้มีสาระพื้นฐานที่สอดคล้องกัน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกัน
แม้การเจรจาสาขาบริการที่ผ่านมาทั้งใน WTO และ AFAS ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก แต่มีการส่งสัญญาณในทางที่ดี กล่าวคือ ประเทศสิงคโปร์ได้เลื่อนการเปิดเสรีตลาดโทรคมนาคมจากปี 2006 เป็นปี 2000 ส่วนประเทศไทยและอินโดนีเซียมีแผนที่จะแปรรูปรัฐวิสาหกิจหลายแห่งภายใน 2-3 ปีข้างหน้า แม้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากแนวนโยบายรัฐบาลในอาเซียนเองมากกว่าข้อผูกพันที่ได้ให้ไว้ในการเจรจาพหุภาคี หรือการเจรจาระดับภูมิภาค แต่ยังแสดงถึงทิศทางของนโยบายของรัฐบาลของ ASEAN ที่ได้ดำเนินไปสู่การเปิดเสรี แม้จะไม่รวดเร็วเท่าที่ควร
กันยายน 2543